สอวช. ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลใหม่ เร่งปลดล็อกลงทุนวิจัย–พัฒนากำลังคน - BIZTHAI POST

BIZTHAI POST

The Thai Biz Website

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Monday, February 16, 2026

สอวช. ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลใหม่ เร่งปลดล็อกลงทุนวิจัย–พัฒนากำลังคน

สอวช. ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลใหม่ เร่งปลดล็อกลงทุนวิจัย–พัฒนากำลังคน–ปรับกติกานวัตกรรม ก่อนเสียความสามารถในการแข่งขันระยะยาว


ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว และกติกาการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้ออกมาเสนอแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อวางรากฐานประเทศในอีก 10–20 ปีข้างหน้า


ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยกำลังเผชิญจุดทดสอบสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) ของประเทศลดลงเหลือเพียงร้อยละ 0.94 ของ GDP ในปี 2566 จากร้อยละ 1.16 ในปีก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนลดลงมากกว่า 23% เหลือ 112,126 ล้านบาท ขณะที่ไทยยังคงมีเป้าหมายการลงทุน R&D ให้ได้ร้อยละ 2 ต่อ GDP ภายในปี 2570


“ในโลกที่เทคโนโลยีคืออาวุธหลักทางเศรษฐกิจ หากภาคเอกชนไม่ลงทุนวิจัย ประเทศจะไม่สามารถรักษาตำแหน่งในห่วงโซ่อุปทานโลกได้” ดร.สุรชัย กล่าว


ดร.สุรชัย กล่าวว่า สอวช. เสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งออกมาตรการกระตุ้นการลงทุน R&D ของเอกชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการนำมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อการวิจัยและพัฒนา 300% กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งเคยพิสูจน์ผลสำเร็จในช่วงปี 2558–2562 ที่ทำให้การลงทุนวิจัยของประเทศเพิ่มขึ้นจาก 0.62% ของ GDP เป็น 1.33% ภายในไม่กี่ปีมาแล้ว


นอกจากมาตรการทางภาษีแล้ว ยังเสนอให้รัฐบาลมีการปรับปรุงกระบวนการใช้สิทธิประโยชน์ของ BOI และกรมสรรพากรให้รวดเร็ว โปร่งใส และใช้ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้ SMEs ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ เข้าถึงเครื่องมือสนับสนุนได้อย่างแท้จริง


ดร.สุรชัย กล่าวอีกว่า อีกโจทย์ใหญ่ที่ไม่อาจเลี่ยง คือ การพัฒนากำลังคน ภายใต้บริบทสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์และเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ ดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับระบบการศึกษาจากการถ่ายทอดความรู้ ไปสู่การพัฒนาสมรรถนะให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมุ่งพัฒนาทักษะที่รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ดิจิทัล เทคโนโลยีอัตโนมัติ เศรษฐกิจสีเขียว เกษตรอัจฉริยะ และเทคโนโลยีสุขภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต


“กำลังคนคือทุนระยะยาวของชาติ การ Reskill และ Upskill โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป จะเป็นกลไกสำคัญในการรักษาศักยภาพแรงงานและลดภาระทางการคลังในอนาคต” ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าว


ดร.สุรชัย ยังได้กล่าวย้ำว่า ประชาคมโลกให้ความสำคัญกับ ESG (Environment Social and Governance)  และกำหนดเป็นกติกา โดยเฉพาะกฎระเบียบเรื่องการส่งออกสินค้าไปยังประเทศที่เข้มงวด ทำให้เห็นว่า ESG เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจของประเทศ ไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัว ปรับปรุงกิจกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ให้เป็นไปตามกติกา เช่น ต้นน้ำ ด้านการวิจัย พัฒนาสู่วัตถุดิบยั่งยืน โดยวิจัยวัสดุทดแทน (Bio-based materials) พัฒนาเทคโนโลยี เศรษฐกิจหมุนเวียน การคำนวณ Carbon Footprint, กลางน้ำ เช่น การผลิตและแปรรูปต้องมีการลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน การจัดการของเสียและน้ำ และปลายน้ำ เช่น การส่งออกและการขนส่งที่ต้องเลือกใช้เส้นทางขนส่งที่ลดการปล่อยคาร์บอน และการใช้บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้หรือย่อยสลายได้ โดยกิจกรรมทั้งหมดนี้ต้องอาศัยงานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งหากรัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างจริงจังเพื่อให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และเอกชนที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงสามารถปรับตัวและพึ่งพาเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายในประเทศได้ ประเทศไทยจะสามารถเป็นผู้เล่นในห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างเข็มแข็ง ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้


อีกประเด็นที่รัฐควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือ การปรับปรุงและปรับลดกฎหมาย กฎ ระเบียบที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมด้านการวิจัยและนวัตกรรม และควรส่งเสริมให้นวัตกรรมที่มีศักยภาพเติบโตในตลาด มีพื้นที่ทดสอบทดลองก่อน (Innovation Sandbox) เพื่อประเมินความเสี่ยง โดยปลดล็อกกฎหมาย ระเบียบที่เป็นอุปสรรคในระหว่างการทดลอง นอกจากนี้ รัฐควรเป็นผู้สนับสนุนนวัตกรรมโดยเป็นตลาดแรกสำหรับสินค้านวัตกรรมเพื่อลดความเสี่ยงของธุรกิจนวัตกรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดในวงกว้างต่อไป


“ในจังหวะที่รัฐบาลชุดใหม่กำลังฟอร์มทีมเริ่มต้นวาระบริหารประเทศ สอวช. เห็นว่า การตัดสินใจด้านนโยบายในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดศักยภาพของประเทศไทยในอีกสองทศวรรษข้างหน้า ว่าจะก้าวทันโลก หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โลกไม่ได้รอเรา หากเราลงทุนช้า ต้นทุนจะสูงกว่าการปรับตัวตั้งแต่วันนี้” ดร.สุรชัย กล่าวทิ้งท้าย


No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad





Pages