ธรรมศาสตร์นำหน้าอีกก้าว! ประกาศเกียรติคุณนักวิจัยดีเด่น รวม 114 ผลงาน 11 ประเภทรางวัล​ - BIZTHAI POST

BIZTHAI POST

The Thai Biz Website

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Friday, February 6, 2026

ธรรมศาสตร์นำหน้าอีกก้าว! ประกาศเกียรติคุณนักวิจัยดีเด่น รวม 114 ผลงาน 11 ประเภทรางวัล​


ธรรมศาสตร์นำหน้าอีกก้าว!  ประกาศเกียรติคุณนักวิจัยดีเด่น รวม 114 ผลงาน 11 ประเภทรางวัล​ ชูพลังนวัตกรรมขับเคลื่อนไทยสู่สากล 


กองบริหารการวิจัย ร่วมกับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU RAC) จัดงานใหญ่ประจำปี “วันเชิดชูเกียรตินักวิจัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2568” ณ ห้อง Concert Hall อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “แสงธรรมศาสตร์: แสงแห่งปัญญานิรันดร์” (The Eternal Light of Wisdom) เพื่อเชิดชูเกียรติคณาจารย์และนักวิจัยผู้สร้างสรรค์ผลงานวิชาการระดับโลกและสร้างคุณูปการแก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม 
 
แนวคิด “แสงแห่งปัญญานิรันดร์” สะท้อนผ่าน 3 อัตลักษณ์สำคัญ ได้แก่ Legacy (มรดกทางปัญญา), Wisdom (ความรอบรู้) และ Luminosity (ความสว่างไสว) สื่อถึงพันธสัญญาที่ไม่มีวันดับของธรรมศาสตร์ต่อปวงชน (Thammasat’s Undying Covenant with the People) โดยมีไฮไลต์สำคัญบนเวทีคือ “ดวงแสงแห่งปัญญานิรันดร์” สูงกว่า 5 เมตร สัญลักษณ์แห่งแสงสว่างที่ไม่เคยหยุดนิ่ง





ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเปิดงานและแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับรางวัลว่า “ในปี 2568 ธรรมศาสตร์ก้าวล้ำไปอีกขั้นสู่การเป็น ‘University of the Future’ หรือมหาวิทยาลัยแห่งอนาคตที่สมบูรณ์แบบ เรามุ่งเน้นงานวิจัยที่ไม่ใช่เพียงความก้าวหน้าทางทฤษฎี แต่ต้องเป็นงานวิจัยที่มี Impact สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทยให้ทัดเทียมสากล นักวิจัยทั้ง 111 ท่านในวันนี้ คือ​ ดวงประทีปที่นำพาองค์ความรู้ไปสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างแท้จริง” 
 
ในปีนี้ มีการมอบรางวัลอันทรงเกียรติรวมทั้งสิ้น 114 รางวัล ให้แก่นักวิจัยรวม 111 ราย ซึ่งครอบคลุมสาขาวิชาที่หลากหลาย ตั้งแต่ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สุขภาพ ไปจนถึงสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ประกอบด้วย 11 ประเภทรางวัล อาทิ ผู้ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์, โล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมธีวิจัยอาวุโส และนักเทคโนโลยีดีเด่น 


ด้าน รศ.ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และรักษาการแทนในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า “บทบาทของ TU RAC และกองบริหารการวิจัยในปีนี้ คือการเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้นักวิจัยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เราพร้อมสนับสนุนทั้งในด้านงบประมาณ เครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม และการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพงานวิจัย เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานของธรรมศาสตร์จะก้าวสู่เวทีระดับโลกได้อย่างสง่างาม”

ทั้งนี้  รศ.ดร.นิจ ตันติศิรินทร์ บอกว่า  รู้สึกดีใจที่ได้รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐา-ธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องจากได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) ประจำปี 2568 ในหัวข้อวิจัยเรื่อง ความยั่งยืนของเมืองและเศรษฐกิจฐานราก: ประเด็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี  งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาความท้าทายของเมือง โดยเฉพาะพื้นที่เมืองในประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาการ สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับคุณภาพชีวิตของประชาชน การวิจัยนี้จะช่วยสร้างองค์ ความรู้เพื่อสนับสนุนการวางแผนและนโยบายในการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม




ขณะที่ รศ.ดร.สายรัก สอาดไพร  อาจารย์ ประจําสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการพัฒนากีฬา คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า   ผลงานที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ คือ “ALL Wheelchair: AI Motion Tracking System for Monitoring Health and Activity for Wheelchair Users” ซึ่งเป็นระบบติดตามการเคลื่อนไหวและสุขภาพสําหรับผู้ใช้วีลแชร์ ที่ผสานเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ล้อ และตัวผู้ใช้ ร่วมกับเกมออกกําลังกายและแดชบอร์ดสุขภาพบนเว็บไซต์และมือถือ ทําให้ผู้ใช้วีลแชร์สามารถ ออกกําลังกายได้อย่างสนุก มีข้อมูล อาทิ ระยะทาง ระยะเวลา ความเร็ว พลังงานที่ใช้ อัตราการเต้นหัวใจ สามารถติดตามตําแหน่งการเคลื่อนที่ รวมถึงแจ้งเตือนการล้มแบบเรียลไทม์ เปรียบเสมือนเป็นสมาร์ทวอชท์ ของผู้ใช้วีลแชร์  ซึ่งแรงผลักดันสําคัญ และการต่อยอดจากงานวิจัย เริ่มต้นมาจากการมีลูกศิษย์เป็นนักกีฬาวีลแชร์ และอาจารย์มีโอกาสได้ลงไปช่วยทํากีฬา บาสเกตบอลวีลแชร์ และ กีฬาไอซ์ฮอกกี้นํ้าแข็งและเคอร์ลิงคนพิการไทย ทําให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้มีศักยภาพทาง ร่างกายและจิตใจสูง ไม่ต่างกับคนทั่วไป แต่พวกเขาขาดการสนับสนุน โดยเฉพาะขาด “เครื่องมือ” และ “โอกาส” ในการชีวิต การออกกําลังกาย การเล่นกีฬา การเคลื่อนไหว นี่จึงกลายเป็นโจทย์สําคัญที่อยากตอบให้ได้ ว่า “ทําอย่างไรคนบนวีลแชร์จะได้ออกกําลังกาย ใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป
 

งานวันเชิดชูเกียรตินักวิจัย 2568 จึงไม่ใช่เพียงพิธีมอบรางวัล แต่เป็นการย้ำเตือนถึง “พันธสัญญา” ของชาวธรรมศาสตร์ที่จะยังคงทำหน้าที่เป็นแสงสว่างทางปัญญา นำพาความรู้และนวัตกรรมไปพัฒนาสังคมไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนสืบไป

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad





Pages