ชิลีกระชับความร่วมมือกับไทยในงาน Chile–ASEAN Business Summit 2026 - BIZTHAI POST

BIZTHAI POST

The Thai Biz Website

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Thursday, May 28, 2026

ชิลีกระชับความร่วมมือกับไทยในงาน Chile–ASEAN Business Summit 2026


ชิลีเปิดการประชุมสุดยอดธุรกิจชิลี-อาเซียน 2026 ที่กรุงเทพฯ ในสัปดาห์นี้ พร้อมนำคณะผู้ส่งออกชั้นนำจากชิลีพบปะผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก ผู้จัดจำหน่าย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารจากไทยและภูมิภาคอาเซียน นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการค้าครั้งสำคัญของชิลีในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

งานดังกล่าวจัดโดย ProChile หน่วยงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศภายใต้กระทรวงการต่างประเทศชิลี ตลอดระยะเวลา 5 วันของงานประกอบด้วยกิจกรรมเจรจาธุรกิจระดับสูง การสร้างเครือข่ายทางการค้า การเยี่ยมชมตลาดและช่องทาง ค้าปลีก ตลอดจนการเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia ซึ่งเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2569 สะท้อนยุทธศาสตร์ ของชิลีในการเสริมสร้าง ความร่วมมือทางการค้ากับไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีความต้องการสินค้าอาหารนำเข้าคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง



ในพิธีเปิดและงานเลี้ยงต้อนรับ “Chilean Flavours Dinner” ที่โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นายอิกนาซิโอ เฟอร์นันเดซ อธิบดี ProChile กล่าวว่า “เราเชื่อว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจและความไว้วางใจต้องสร้างผ่านการพบปะกัน โดยตรง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ชิลีกลับมาจัดการประชุมสุดยอดธุรกิจอย่างต่อเนื่องในอาเซียน ภูมิภาคที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 5 ของโลก เราเล็งเห็นศักยภาพมากมายสำหรับสินค้าและบริการจากชิลีในภูมิภาคนี้ และต้องการสร้างความร่วมมือ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อมั่น พร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมสำหรับทั้งสองฝ่าย”

เขากล่าวเสริมว่า “ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะคู่ค้าหลักของชิลีในอาเซียน ขณะที่ภูมิภาคนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญด้านการเติบโตและความร่วมมือระยะยาว ชิลีมีจุดแข็งด้านเสถียรภาพ กฎระเบียบที่ชัดเจน และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ที่คาดการณ์ได้ เราจึงต้องการสานต่อความสัมพันธ์ระยะยาวกับไทยและอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”




พิธีเปิดยังได้รับเกียรติจากนายดาวิด ฮันเซน ซาลาส รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต สถานเอกอัครราชทูตชิลีประจำประเทศไทย นายอรรถยุทธ์ ศรีสมุทร ที่ปรึกษาประจำกระทรวงการต่างประเทศ นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย และนายออสการ์ อาริอากาดา ผู้แทนการค้าชิลีประจำประเทศไทย พร้อมทีมงาน ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ

ในการประชุมสุดยอดธุรกิจชิลี-อาเซียนปีนี้ มีผู้เข้าร่วมจากทั่วภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผู้นำเข้าและนักธุรกิจจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์เข้าร่วม และคาดว่าจะมีการเจรจาธุรกิจแบบ B2B ระหว่างผู้ประกอบการชิลีและคู่ค้าจากไทยและอาเซียนมากกว่า 300 นัด

คณะผู้แทนจากชิลีประกอบด้วย 28 บริษัท ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ปลาแซลมอนและอาหารทะเล ผลไม้สด ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ถั่วและผลไม้อบแห้ง ไวน์และเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ ธุรกิจเกษตร บริการด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และนวัตกรรมอาหาร รวมถึงสมาคมอุตสาหกรรมสำคัญของชิลี 3 แห่ง ได้แก่ Fruits from Chile, Faenacar และ ChileNuts ซึ่งล้วนเป็นภาคการส่งออกสำคัญที่กำลังเติบโตในตลาดไทยและอาเซียน

การจัดงานในปีนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของงาน Chile–ASEAN Business Meeting ครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้นำเข้ากว่า 76 รายจาก 6 ประเทศเข้าร่วม และสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่คาดการณ์ได้ทันทีถึง 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน เนื่องจากเป็นคู่ค้าหลักของชิลีในอาเซียน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ การกระจายสินค้า และการค้าอาหารของภูมิภาค ในปี 2568 ไทยเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 20 ของชิลีทั่วโลก โดยมีมูลค่าการส่งออกจากชิลีมายังไทยประมาณ 596 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

งานประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทสำคัญของไทยและอาเซียนในยุทธศาสตร์กระจายตลาดส่งออกของชิลี แม้ชิลีจะเป็นที่รู้จักในระดับโลกในฐานะผู้ส่งออกแร่ธาตุสำคัญ เช่น ทองแดงและลิเทียม อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชิลีได้ขยายตลาดสินค้าอาหารและเกษตรมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในปี 2568 มูลค่าการค้าระหว่างชิลีกับอาเซียนอยู่ที่ประมาณ 5.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกสินค้านอกภาคเหมืองแร่ของชิลีมายังอาเซียนมีมูลค่าเกือบ 986 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะสินค้าอาหารที่มีมูลค่ารวม 571 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการสินค้าอาหารนำเข้าระดับพรีเมียมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกเหนือจากตัวเลขทางการค้า ProChile ระบุว่างานประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนมุมมองใหม่ของชิลีที่มีต่อไทยและอาเซียน ไม่ใช่เพียงในฐานะตลาดส่งออก แต่คือพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวด้านความมั่นคงทางอาหาร ความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน และความร่วมมือทางการค้าที่ยั่งยืน

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของงานในปีนี้คือ การช่วยให้ผู้ส่งออกชิลีเข้าถึงตลาดได้มากขึ้นนอกเหนือจากช่องทางดั้งเดิม ผ่านการเชื่อมต่อโดยตรงกับผู้ค้าปลีก ผู้ประกอบการด้านอาหารและบริการ กลุ่มโรงแรม และผู้นำเข้าจากไทย และประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

อีกประเด็นสำคัญของปีนี้คือความสนใจที่เพิ่มขึ้นในด้านนวัตกรรมอาหาร ความยั่งยืน และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน บริษัทจากชิลีที่เข้าร่วมงานจึงนำเสนอสินค้าและศักยภาพการผลิตที่สอดคล้องกับแนวโน้มผู้บริโภคทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลระดับพรีเมียม ขนมเพื่อสุขภาพ วัตถุดิบจากธรรมชาติ สินค้าเกษตรที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน



นายเฟอร์นันเดซกล่าวทิ้งท้ายว่า “เราต้องการนำเสนอชิลีผ่าน 3 จุดแข็งสำคัญ ได้แก่ การเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้และให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระยะยาว การเป็นเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตและขยายตลาดส่งออกด้วยสินค้าและบริการ ระดับโลก และการเป็นประเทศแห่งองค์ความรู้และบุคลากรที่มีศักยภาพ ชิลีไม่ได้เพียงเชิญชวนให้ไทยและอาเซียนมาทำธุรกิจกับเราเท่านั้น แต่ยังต้องการขยายความร่วมมือในด้านอื่น ๆ ด้วย ด้วยเครือข่ายระดับโลกของชิลี เราพร้อมเป็นศูนย์กลางสำหรับธุรกิจไทยและอาเซียนในการขยายธุรกิจสู่ลาตินอเมริกา และเป็นประตูสู่โอกาสทางธุรกิจและการเติบโตในระยะยาว”

ProChile คาดว่าการประชุมสุดยอดธุรกิจที่ขยายใหญ่ขึ้นในปีนี้ ประกอบกับการจัดงานควบคู่กับ THAIFEX – Anuga Asia จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านบทบาททางการค้าของชิลีในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจในภาคอาหารและเกษตรที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาค

สำหรับชิลี ประเทศไทยและอาเซียนไม่ได้เป็นเพียงตลาดผู้บริโภคที่มีขนาดประชากรรวม 680 ล้านคนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังเป็นประตูสำคัญสู่การขยายความร่วมมือทางการค้าในเอเชียระยะยาว





No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad





Pages