วช. ร่วมกับ กทม.เครือข่ายนักวิจัย สู้ฝุ่นเมือง เพื่อเป้าหมายอากาศสะอาด - BIZTHAI POST

BIZTHAI POST

The Thai Biz Website

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Thursday, January 8, 2026

วช. ร่วมกับ กทม.เครือข่ายนักวิจัย สู้ฝุ่นเมือง เพื่อเป้าหมายอากาศสะอาด


วช. ร่วมกับ กทม. และเครือข่ายนักวิจัย สู้ฝุ่นเมือง เพื่อเป้าหมายอากาศสะอาด

วันพุธที่ 7 มกราคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ (Hub of Talents on Air Pollution and Climate: HTAPC) และกรุงเทพมหานคร จัดการเสวนาในหัวข้อ “บทสรุป นักสืบฝุ่น The Series เพื่อเป้าหมายอากาศสะอาด” ภายในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 ณ เวทีกิจกรรมกลาง ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ กล่าวเปิดการเสวนาในครั้งนี้


ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา กล่าวว่า โครงการ “นักสืบฝุ่น The Series” ได้ริเริ่มขึ้นโดยกรุงเทพมหานครร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งในด้านแหล่งกำเนิด ที่มา และปัจจัยที่ส่งผลให้ระดับฝุ่น PM2.5 เพิ่มสูงขึ้น อันจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายและมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในปี 2568 ได้มีการจัดกิจกรรม “นักสืบฝุ่น The Series” รวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง โดยการจัดครั้งที่ 7 นับเป็นการสรุปผลจากการดำเนินงานตลอด 6 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้ได้นำเสนอผลการศึกษาและบทสรุปของแต่ละตอน เพื่อแสดงให้เห็นถึงข้อค้นพบที่สำคัญ และแนวทางการนำข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนาร่วมกับแผนเฉพาะกิจในการรับมือปัญหาฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 ต่อไป

ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เป็นความท้าทายสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร วช. ให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ งานวิจัย และข้อมูลเชิงประจักษ์ มาใช้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านแหล่งกำเนิด ผลกระทบ และมาตรการลดมลพิษ โดยกิจกรรม “นักสืบฝุ่น The Series” ซึ่งจัดขึ้น 7 ครั้ง ร่วมกับภาคีเครือข่าย เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิชาการสู่สังคม และสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายเมืองที่มีอากาศสะอาดอย่างยั่งยืน





การเสวนาดังกล่าว แบ่งช่วงการเสวนาออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ โดยช่วงที่ 1 บทสรุปจากกิจกรรม “นักสืบฝุ่น” ครั้งที่ 1–3 เริ่มต้นด้วยการนำเสนอภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร จากกิจกรรม “นักสืบฝุ่น” ครั้งที่ 1 หัวข้อ “ฝุ่นเมืองในมุมกว้าง” โดย นายทศพล สุภารี รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ต่อด้วยกิจกรรม “นักสืบฝุ่น” ครั้งที่ 2 หัวข้อ “ฝุ่นกรุงเทพฯ มาจากไหน?” ซึ่งเป็นการเจาะลึกองค์ประกอบและที่มาของฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกิจกรรม “นักสืบฝุ่น” ครั้งที่ 3 หัวข้อ “ลดฝุ่นที่ปลายท่อ” วิเคราะห์บทบาทของ

ภาคการขนส่งซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดสำคัญของฝุ่นเมือง โดย รองศาสตราจารย์ ดร.เอกบดินทร์ วินิจกุล สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ช่วงที่ 2 บทสรุปจากกิจกรรม “นักสืบฝุ่น” ครั้งที่ 4–6 เริ่มจากกิจกรรม “นักสืบฝุ่น” ครั้งที่ 4 หัวข้อ “ฝุ่นไม่รู้จักเขตแดน” เปิดเผยข้อมูลผลกระทบจากฝุ่นที่เกิดจากการเผาและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบข้ามพื้นที่ โดย ดร.เจน ชาญณรงค์ รองประธานสภาลมหายใจกรุงเทพ ต่อด้วยกิจกรรม “นักสืบฝุ่น” ครั้งที่ 5 หัวข้อ “สืบจากฝุ่น” เจาะลึกฝุ่นเคมีที่เกิดจากกระบวนการในชั้นบรรยากาศ รวมถึงฝุ่นจากการก่อสร้างและโครงสร้างเมือง โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สาวิตรี การีเวทย์ บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม และกิจกรรม “นักสืบฝุ่น” ครั้งที่ 6 หัวข้อ “เข้าใจฝุ่น เข้าใจเมือง” นำเสนอแนวทางการจัดการฝุ่น PM2.5 ตลอดจนผลกระทบต่อสุขภาพและการพัฒนาเมือง โดย ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ และสุดท้าย ในหัวข้อ “นักสืบฝุ่น” ไปสู่การจัดทำแผนจัดการฝุ่น PM2.5 ปี 2569 ของกรุงเทพมหานคร โดย รศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

การเสวนาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการองค์ความรู้จากกิจกรรม “นักสืบฝุ่น The Series” ครอบคลุมปัจจัยแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการคมนาคม อุตสาหกรรม การเผาในที่โล่ง โครงสร้างเมือง และสภาพอุตุนิยมวิทยา ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการจัดทำแผนจัดการฝุ่น PM2.5 ของกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 โดยมุ่งหวังให้เกิดมาตรการที่มีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม และนำไปสู่เป้าหมายเมืองที่มีอากาศสะอาดและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad





Pages