“จักรภพ” เตือนไทยเสี่ยงตกขบวนอาหารโลก - BIZTHAI POST

BIZTHAI POST

The Thai Biz Website

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Friday, October 16, 2026

“จักรภพ” เตือนไทยเสี่ยงตกขบวนอาหารโลก


“จักรภพ” เตือนไทยเสี่ยงตกขบวนอาหารโลก
ชี้ “การเมืองเรื่องอาหาร” ขาดแข่งขัน จี้นโยบายเกษตรต่อเนื่อง

“จักรภพ เพ็ญแข" ร่วมวงหารือผู้เล่นเกษตรและอาหารระดับโลก ชี้การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ต้นทุนและการตลาด แต่ต้องเข้าใจอำนาจการเมืองเบื้องหลังระบบอาหาร เตือนไทยเร่งเชื่อมเครือข่ายนานาชาติ รับทิศทางการผลิตคาร์บอนต่ำ ย้ำการเปลี่ยนวิถีเกษตรต้องคำนึงถึงชีวิตและวัฒนธรรมชาวนา พร้อมเดินหน้าฟื้นมันสำปะหลัง–กุ้งและสัตว์น้ำ เพิ่มโอกาสไทยในเศรษฐกิจโลก


เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายจักรภพ เพ็ญแข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายเกษตรและอาหารระดับนานาชาติให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและทิศทางการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยคาร์บอนและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยความต่อเนื่องของนโยบายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาโอกาสของประเทศ

นายจักรภพ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้รับเชิญเข้าร่วมการหารือโต๊ะกลมด้านเกษตรและอาหาร ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท ซึ่งจำกัดผู้เข้าร่วมประมาณ 30 คน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนภาครัฐ ภาคธุรกิจ และองค์กรระหว่างประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด

ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยผู้แทนบริษัทระดับโลก อาทิ ไบเออร์ ยูพีแอล เบน แอนด์ คอมพานี อินโดไชน่า สเปซ และเอออน ตลอดจนปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงการคลังด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และผู้บริหารจากสภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum

การหารือดังกล่าว เชื่อมโยงกับความริเริ่ม First Movers Coalition for Food ซึ่งเปิดตัวในช่วงการประชุม COP28 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อปลายปี 2566 เพื่อส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตรที่ผลิตอย่างยั่งยืนและปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ โดยใช้ความต้องการจัดซื้อของภาคธุรกิจเป็นแรงขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนระบบการผลิต

นายจักรภพ กล่าวว่า การประชุมใช้หลัก Chatham House Rule จึงขอเปิดเผย เฉพาะข้อเสนอที่ตนกล่าวในช่วงสรุปการหารือ โดยเน้นว่า การทำความเข้าใจระบบอาหารโลกต้องมองให้ลึกกว่ามิติทางเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ เพราะ “การเมืองเรื่องอาหาร” หรือ politics of food เป็นแรงผลักดันสำคัญที่กำหนดทิศทางการเคลื่อนย้ายและการกระจายอาหารระหว่างประเทศ

“การบริหารจัดการเรื่องอาหารของโลก อาจดูเผิน ๆ ว่าเป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ แต่ทุกคนต้องมองการเมืองเรื่องอาหารให้มากพอ ๆ กัน หรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะการเมืองเบื้องหลังอาหารคือแรงผลักดันที่แท้จริงของการเคลื่อนที่และการกระจายอาหารในระดับโลก” นายจักรภพกล่าว


สำหรับประเทศไทย นายจักรภพ ได้ยกตัวอย่างการผลิตข้าว ซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิตและจารีตประเพณีของชาวนามาอย่างยาวนาน ก่อนมีการนำระบบบริหารจัดการเชิงธุรกิจมาต่อยอดในภายหลัง ดังนั้น การผลักดันให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีผลิตจึงต้องคำนึงถึงเงื่อนไขทางวัฒนธรรม สังคม และประเพณีควบคู่กับเป้าหมายทางเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน แม้รัฐบาลไทยในระยะหลังตระหนักถึงการแข่งขันด้านเกษตรและอาหาร และพยายามปรับตัวทั้งด้านการผลิตและการตลาดมาโดยตลอด แต่ปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศยังส่งผลอย่างมากต่อความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย ซึ่งเป็นโจทย์ที่ไทยต้องให้ความสำคัญ

นายจักรภพ กล่าวอีกว่า จากการเข้าร่วมหารือพบว่า ผู้แทนหลายประเทศและองค์กรมีความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันอยู่ก่อนแล้ว รวมถึงผู้แทนจากเวียดนามและสิงคโปร์ จึงเห็นว่าประเทศไทยยังมีช่องว่างในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายเหล่านี้ และควรเร่งสร้างความร่วมมืออย่างจริงจัง เพื่อให้มีส่วนร่วมกับทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารโลก

ทั้งนี้ พร้อมใช้บทบาทสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ สนับสนุนการเชื่อมความร่วมมือดังกล่าว โดยการเข้าไปมีส่วนร่วมกับความพยายามฟื้นฟูอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง รวมถึงอุตสาหกรรมกุ้งและสัตว์น้ำของไทย ก็มีเป้าหมายเพื่อรักษาฐานการผลิตและขยายโอกาสของประเทศในตลาดโลก

“ไทยเรามีงานหนักที่ต้องทำเพื่อขยายโอกาสในเศรษฐกิจโลกอีกไม่น้อย เราอยู่เฉยไม่ได้ เผลอเดี๋ยวเดียวขบวนรถไฟโลกอาจเคลื่อนตัวออกไปก่อน แล้วทิ้งเราอยู่บนชานชาลา” นายจักรภพกล่าว

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad





Pages